การจัดการภาพถ่ายในอุดมคติของช่างภาพ


(บทความ)
การจัดการภาพถ่ายในอุดมคติของช่างภาพ


ช่างภาพหลายคนคงเคยเจอภาวะแบบนี้ คิดว่าของใหม่บางอย่างมันไม่จำเป็นเพราะที่ใช้อยู่ก็ดีอยู่แล้ว แต่เมื่อได้ทดลองใช้ของใหม่ๆ เมื่อรู้ตัวอีกทีกลับกลายเป็นว่าขาดสิ่งที่เคยคิดว่าไม่จำเป็นไม่ได้เสียแล้ว ยกตัวอย่าง เมื่อก่อนใช้เลนส์คิทคุณอาจรู้สึกว่าเพียงพอแล้ว แต่พอลองมาใช้เลนส์คุณภาพสูงสักครั้ง (เช่น L, Nano) กลับทำให้คุณลืมเลนส์คิทไปเสียสนิท วันนี้เราไม่ได้มาพูดถึงเรื่องเลนส์ เราจะมาคุยกันถึงเรื่อง กระบวนการบริหารจัดการภาพ ตั้งแต่การถ่ายภาพ การแต่งภาพ ไปจนถึงการเก็บภาพไว้ และการจัดการเนื้อหาในยุคเทคโนโลยี ณ ปัจจุบัน

ขั้นตอนการทำงานของแต่ละคนนั้นต่างกัน ขั้นตอนที่ช่างภาพมือใหม่หลายคนชอบทำหรือแม้แต่มือเก๋าบางคนยังนิยมทำอยู่ นั่นคือ จะถ่ายภาพใส่ไว้ในการ์ดหน่วยความจำ เสร็จแล้วก็นำภาพถ่ายเหล่านั้นถ่ายโอนไปยังฮาร์ดดิสก์แบบติดตั้งภายนอกหรือฮาร์ดดิสก์ขนาดพกพา โดยใช้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คเป็นตัวกลางถ่ายโอนหรือบางคนก็เก็บไว้ในโน๊ตบุ๊คโดยตรง เพื่อที่จะเคลียร์พื้นที่ในการ์ดหน่วยความจำ (ส่วนมากเป็นกรณีที่ไปเที่ยวหลายวัน) จากนั้นเมื่อกลับไปบ้าน ก็จะนำเอาภาพจากฮาร์ดดิสก์พกพาย้ายไปยังฮาร์ดดิสก์ที่ติดตั้งอยู่ที่บ้าน โดยไม่มีฮาร์ดดิสก์ที่ใช้สำหรับสำรองข้อมูลไว้ นี่แค่ขั้นตอนการเคลื่อนไหวของภาพถ่ายโดยทั่วไป ภาพจากการถ่ายโอนจากการ์ดกล้องมายังบ้าน ยังไม่รวมถึงการโปรเซสและหลังโปรเซส จะเห็นว่ามีขั้นตอนที่เยอะมาก ซึ่งมีโอกาสผิดพลาดและสูญหายของภาพสูง นับตั้งแต่ขั้นตอนแรกเลยด้วยซ้ำ

มีช่างภาพมืออาชีพบางท่านได้แชร์ประสบการณ์การไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อนฝูง โดยวันนั้นเป็นวันที่ฟ้าเปิดสวยครั้งแรกและสถานที่สวยงามทุกอย่างลงตัวหมด จึงระดมถ่ายรูปเก็บบรรยากาศไว้มากมาย และพอกลับมาที่พักได้โอนภาพจากการ์ดหน่วยความจำลงสู่โน๊ตบุ๊ค แต่เกิดปัญหาโอนไฟล์ทับซ้อนกันทำให้ภาพของวันนั้นหายไปหมดสิ้น ลองคิดดูว่ากว่าจะเก็บเงินมาเที่ยวต่างประเทศและกว่าจะโชคดีเจอสถานที่สวยงามในวันท้องฟ้าแจ่มใสไม่ใช่เรื่องเกิดขึ้นได้ปุปปับ รูปถ่ายหายคือหายนะของช่างภาพ ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ไม่บ่อยนัก แต่ความผิดพลาดด้วยประการทั้งปวงอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน


จากความยุ่งยากของขั้นตอนและความผิดพลาดเหล่านั้น ทำให้เกิดความคิดที่ว่า กระบวนการบริหารจัดการภาพถ่ายในอุดมคติควรเป็นอย่างไร คำตอบที่ได้นั้น น่าจะเป็นในลักษณะที่ว่าเมื่อคุณถ่ายรูปเสร็จภาพควรไปอยู่ในฮาร์ดดิสก์ที่บ้านทันที เสมือนเป็นการแบ็คอัพรูปถ่ายแบบ ”ยิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัว” นั่นคือ ถ่ายรูปครั้งเดียวแต่มีไฟล์เก็บไว้สองที่เลย แล้วเทคโนโลยีในปัจจุบันสามารถทำได้ในระดับนั้นหรือยัง คำตอบคือ ทำได้!

ขอแยกเป็นฝั่งรับและฝั่งส่ง และแน่นอนว่าทั้งสองฝั่งต้องเชื่อมต่อกันด้วยอินเตอร์เน็ต ฝั่งรับเป็นส่วนของพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Storage) ซึ่งต้องเป็นพื้นที่เก็บข้อมูลที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ หลายคนคงรู้จักเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) การประมวลผลบนกลุ่มเมฆหรือบริการพื้นที่ฝากไฟล์บนอินเทอร์เน็ต ปัจจุบันมีผู้ให้บริการเก็บข้อมูลสาธารณะบนคลาวด์อยู่หลายราย แต่ละรายมีค่าบริการทั้งแบบรายปีและรายเดือน จะดีมากๆ ถ้าเราสามารถจัดการเนื้อหารูปภาพ วิดีโอและสื่ออื่นๆ ผ่านคลาวด์คอมพิวติ้งโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม และให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลบนคลาวด์จากที่ไหนก็ได้ ช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
ยอดเยี่ยมไปกว่านั้นเมื่อเราสามารถควบคุมข้อมูลของเราผ่านคลาวด์ส่วนบุคคล (Personal Cloud ) โดยการทำงานของ Cloud Storage หรือฮาร์ดดิสก์แบบติดตั้งภายนอกที่มีฟีเจอร์ในการเชื่อมต่อคลาวด์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้ เช่น My Cloud คลาวด์สตอเรจส่วนตัวที่มีฮาร์ดดิสก์หนึ่งตัวบรรจุอยู่ภายในพร้อมความสามารถในการทำเป็นคลาวด์ผ่านอินเตอร์เน็ตใช้ได้ทุกที่ ด้วยอุปกรณ์ My Cloud นี้ ไม่ว่าคุณจะไปเที่ยวที่ไหนในเมืองไทยหรือไปต่างประเทศ เสมือนมีเมฆส่วนตัวติดตามไปด้วยทุกที่ทุกเวลา ทุกหนทุกแห่งในโลกนี้แค่มีอินเตอร์เน็ตคุณก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลดิจิตอลของคุณได้จากคอมพิวเตอร์และบรรดาอุปกรณ์เคลื่อนที่ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นมือถือ หรือแท็ปเล็ต ออกแบบมาเพื่อคอนซูเมอร์ในสนนราคาที่จับต้องได้ทุกสายอาชีพ และไม่ต้องเสียค่าเช่าคลาวด์สตอเรจรายเดือน/ปีเหมือนผู้ให้บริการผ่านระบบออนไลน์ด้วย



ผู้ใช้ My Cloud สามารถกำหนด Username และ Password ในการเข้าถึงข้อมูลได้ และถ้ามีผู้ใช้ My Cloud หลายคน เราสามารถตั้งสิทธิ์ในการเข้าถึงโฟลเดอร์ต่างๆ ได้ด้วย อันนี้เหมาะเลยสำหรับตากล้องที่มีทีมงานผู้ช่วยหลายท่าน และหากต้องการเพิ่มการปกป้องข้อมูลให้แน่นหนาเป็นสองเท่า อาจเขยิบไปใช้รุ่น My Cloud Mirror เป็นคลาวด์สตอเรจที่มีฮาร์ดดิสก์สองตัวอยู่ภายในกล่องเดียวกัน โดยฮาร์ดดิสก์ตัวที่สองจะสำรองข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ตัวที่หนึ่ง ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ทั้งสองลูกจะเหมือนกัน (หากทำ Mirror 1) ข้อดีคือในกรณีที่ฮาร์ดดิสก์ตัวหนึ่งเสียก็ยังมีอีกตัวที่มีข้อมูลเหมือนกันเป็นแบ็คอัพไว้
จะเห็นได้ว่าฝั่งรับข้อมูลสามารถเกิดขึ้นได้จริงแล้ว มาดูฝั่งส่งกันบ้าง นั่นก็คือกล้อง กล้องบางตัวมี WiFi ในตัว หากไม่มีก็จำเป็นต้องซื้อ ตัว WiFi แยก หรือการ์ดหน่วยความจำที่ทำหน้าที่เป็น WiFi ได้ด้วย เช่น Eye-Fi จากนั้นก็ใช้มือถือควบคุม ทำการส่งภาพไปยังฮาร์ดดิสก์ที่ติดตั้งอยู่ที่บ้านผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต จะเห็นว่าฝั่งส่งยังมีขั้นตอนอยู่ไม่น้อย ทว่าเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นทุกวัน ในอนาคตอันใกล้อาจมีกล้องที่รองรับ 4G ช่วยลดขั้นตอนที่ต้องส่งข้อมูลภาพผ่านมือถือได้ และอีกความหวังหนึ่งคือ กล้องมือถือที่พัฒนาคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เมื่อถ่ายรูปเสร็จสามารถย้ายรูปไปจัดเก็บไว้ที่ฮาร์ดดิสก์ผ่านอินเตอร์เน็ตของมือถือได้เลย ปัจจุบันนี้มือถือบางรุ่นก็สามารถรองรับ raw file ได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดอีกอย่างของการส่งภาพผ่านอินเตอร์เน็ตคือความเร็วของอินเตอร์เน็ต ทุกวันนี้แม้ความเร็วของอินเตอร์เน็ตจะเร็วขึ้นกว่าสมัยก่อน แต่การส่งภาพใหญ่ๆ ยังต้องใช้เวลาอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อถึงเวลาหนึ่งที่กล้องสามารถส่งภาพจากตัวกล้องไปยัง Cloud ได้เอง หรือมือถือที่มีกล้องความละเอียดสูง เวลานั้นความเร็วอินเตอร์เน็ตอาจไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เมื่อทุกอย่างมาบรรจบกันได้ กระบวนการบริหารจัดการภาพถ่ายในอุดมคติที่คิดไว้คงจะเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ และช่วยให้ชีวิตช่างภาพง่ายขึ้นแน่นอน

“เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นทุกวัน ทำให้งานถ่ายภาพของเราสะดวกมากขึ้น ปัจจุบันการจัดการและเก็บภาพของเราทำได้สะดวกอย่างยิ่งและมีตัวเลือกหลากหลายเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่าง ไม่จำเป็นต้องหิ้วเอาฮาร์ดดิสก์ติดตัวไปแต่สามารถโอนไฟล์ภาพเข้าสู่ฮาร์ดดิสก์ที่อยู่ที่บ้านได้โดยใช้คลาวด์สโตเรจอย่าง My Cloud เป็นตัวช่วยบริหารจัดการเนื้อหาดิจิตอลให้เรา ชีวิตการทำงานสะดวกกว่าเดิมมากๆ” ผู้บริหารและจัดการเว็บไซต์ FOTOFAKA แสดงความคิดเห็น

“ช่างภาพหลายคนในยุคฟิลม์ต่างผันตัวเองไปทำธุรกิจอื่น เพราะไม่ปรับตัวให้ทันกล้องดิจิตอล
ทุกวันนี้ช่างภาพในยุคดิจิตอล นอกจากต้องก้าวตามทันเทคโนโลยีกล้องแล้ว ต้องเริ่มปรับตัวเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีในการจัดเก็บไฟล์ที่รวดเร็วและปลอดภัย ที่สำคัญต้องสะดวกจัดการได้ทุกที่ทุกเวลา เพราะเมื่อคุณไวกว่าคนอื่นนั่นคือโอกาสที่มากกว่าคนอื่นเช่นกัน การจัดเก็บข้อมูลผ่านคราวด์มันจะเป็นการจัดเก็บข้อมูลที่สมบูรณ์และสะดวกสบายที่สุดในยุคปัจจุบัน”
วริศร ดิสรานนท์ ช่างภาพมืออาชีพจาก Varisign Photography Studio แสดงความคิดเห็นปิดท้าย


*************************************
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
ตัวแทนประชาสัมพันธ์ บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล คอร์ป
บริษัท พีอาร์ พลัส ทู จำกัด
โทร: 02-158-9108 ext. 11



โดย webmaster เมื่อ 21/06/2016266 อ่าน - พิมพ์
ระดับคะแนน
ระบบลงคะแนนเฉพาะสาชิก.

ต้องเข้าระบบก่อน.

ยังไม่มีการให้คะแนน.

moncler barcelona oakley frogskins baratas parajumpers madrid polo lacoste ghd baratas air max 90 blancas zapatos mbt nike huarache blancas new balance hombre duvetica madrid ray ban aviator polos lacoste ralph lauren outlet moncler madrid zapatillas nike nike air max thea baratas cazadoras belstaff nike free rn flyknit cinturon louis vuitton

levitra kopen lovegra kopen cialis kopen levitra generiek cialis 20 mg kamagra belgie viagra prijs levitra prijs

Pr Plus Two Co., Ltd 506/173 Ban Klang Muang (Grand De Paris Ratchada) Soi Ramkamhaeng 39
(Thepleela 1) Khet/Kwang Wangthonglang, Bangkok, Thailand 10310 Tel. 662 158-9107-8 Fax.662 158-9142

© 2006 PR PLUS TWO All rights reserved. Design by Ns Design

christian louboutin wien timberland schuhe ray ban wien pandora schmuck ralph lauren sale abercrombie and fitch wien louboutin wien michael kors wien oakley wien mbt schuhe abercrombie wien mbt wien Polo ralph lauren sale pandora wien timberland wien oakley sonnenbrillen ray ban sonnenbrillen michael kors taschen nike roshe run nike roshe run portugal oakley portugal